© 2017 YeloHouse.com

Tel. +669 8469 5924  

  • Facebook - Black Circle
  • Instagram - Black Circle

My Cherie Amour~

July 22, 2018

 

 

My Cherie Amour บทเพลงโมทาวน์สุดคลาสิกของสตีวี วันเดอร์ (Stevie Wonder) กลายเป็นความประทับใจเพื่อนหญิงเฟรชชี่จากคณะวิศวกรรมชื่อ Chéri ที่หลายคนเรียกเธอว่า เชอร์รี่ แต่สำหรับตีตี้ ศิรวิทย์      คุววัฒนานนท์ กลับรู้สึกว่าเธอคนนี้ชื่อ เชรี ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะมาจากบทเพลงโปรดและก็เป็นอย่างนั้น เชรีเป็นชื่อที่พ่อของเธอซึ่งเป็นนักกีต้าร์ตั้งให้

 

บทเกริ่นนำที่ดูคล้ายจะเป็นหนังโรแมนติก กลายเป็นหนังดราม่าเมื่อเปิดภาคเรียนเตรียมขึ้นปี 3 เมื่อตีตี้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลก่อนการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมา เขาได้เจอครอบครัวเธอ และมอบเงินสนับสนุนด้านการศึกษาให้น้องชายของเชรี สองสามปีต่อมา น้องชายก็เสียชีวิตลง และตามด้วยคุณพ่อในไม่กี่ปีถัดมา

 

 

หนังเศร้าม้วนนี้ เหมือนจะเป็นม้วนที่ตีตี้อยากเก็บลึกที่สุด แต่ก็ไม่เคยหายไปไหน ตีตี้จึงเลือกที่จะหยิบมาเล่าผ่านชื่องานนิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกของเขา Chéri (แปลว่า ที่รัก) ซึ่งถือเป็นงานที่เกิดจากความรัก และเขาก็อยากเห็นความรักนั้นในทุกๆกระบวนการ ตั้งแต่การสร้างงาน ติดตั้งงาน หรือแม้กระทั่งระหว่างชมงาน

 

 

“ผมไม่ชอบหนังแฮปปี้เอ็นดิ้ง” ตีตี้บอก นั่นยิ่งทำให้เรื่องราวมากมายที่ซ่อนอยู่ในภาพถ่าย ถูกปล่อยให้เกิดการคิดต่อแบบปลายเปิด มีความหวานขมซ่อนอยู่ไม่น้อย สิ่งที่คนอื่นมองเรา สิ่งที่เรามองเขา และสิ่งที่เราเป็น ถูกจัดวางเป็นภาพ 3 กลุ่ม คือ Gravity กับความสัมพันธ์ของมนุษย์กับมนุษย์ กลุ่ม Dimensional Analysis ที่ทำให้ถอยออกมาพินิจกับสัตว์ สิ่งของ และความรู้สึกที่เติมแต่งเข้าไป และกลุ่มสุดท้าย Visible Light แสงที่มองด้วยตาผ่านมุมมองของศิลปิน และในวันนี้ตีตี้จะมาเผย 3 ภาพที่เขาชอบที่สุด

 

 

ภาพแรกคือภาพใบใหญ่เสมือนว่าเป็นฉากหนึ่งในหนัง ภาพแผ่นหลังคุณแม่ผมบลอนด์ อุ้มลูกสาวไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างถือกระเป๋า เดินอยู่บนสกายวอร์ค ทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าสยามและชิดลม  กลับชวนให้รู้สึกราวกับว่า นี่เป็นฉากที่ยากลำบากของตัวละคร ยิ่งพอได้คิดต่อไปว่าชีวิตของเธอต้องเจออะไรมาบ้าง และจะเป็นอย่างไรต่อไป กลับย้อนให้เราตั้งคำถามกับความสมบูรณ์แบบในชีวิต นี่คือสิ่งที่ตีตี้ชอบที่สุดในภาพนี้

 

 

ภาพที่สอง เป็นภาพที่ถูกแขวนคู่กับชื่อของนิทรรศการ Chéri ภาพหงษ์หนึ่งตัวซึ่งอยู่ค่อนไปทางด้านล่างของเส้นกลางภาพในพื้นน้ำสีเหลือบม่วงไล่จนเป็นสีดำทึบ ตัดกับพื้นที่สีขาวด้านข้างคล้ายจะเป็นเสา เกิดเป็นเงาที่สร้างความหมายบางอย่าง  ตีตี้จงใจสร้างภาพนี้ขึ้นมา ฉวยจังหวะที่เกิดขึ้นบวกกับเทคนิคการถ่ายภาพ เกิดเป็นภาพที่ถ่ายทอดความรู้สึกเหงาอย่างพิลึกและยังดูลึกลับในเวลาเดียวกัน ตีตี้บอกกับเราว่า พอได้เห็นภาพนี้ตอนถ่ายเสร็จก้ยิ่งชอบ เพราะเขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ตรงอย่างที่เขาคิด ถ้าเปรียบเทียบภาพนี้เป็นหนังหนึ่งเรื่อง นี่คงเป็นหนังที่โดดเดี่ยวและอ้างว้างเรื่องหนึ่งก็ว่าได้

 

 

ภาพสุดท้ายคือภาพที่เป็นตัวตนของตีตี้มากที่สุด ภาพก้อนเมฆดำปกคลุมไปทั่วท้องฟ้ากับแสงทไวไลท์ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แทบจะบดบังตึกที่ดูสูงใหญ่ให้ดูเล็กลงไปในพริบตา ทำให้เราหวนนึกถึงความจริงว่าสิ่งที่เราสร้างแม้จะดูยิ่งใหญ่มาก แต่ไม่อาจสู้ธรรมชาติได้เลย ตีตี้เล่าว่า

“ตอนไปยืนถ่ายของจริงสวยกว่าที่ภาพถ่ายเยอะ เพราะกล้องไม่สามารถเก็บได้หมด ทั้งลม ความชื้น หรือพลังบางอย่างที่รู้สึกในตอนนั้น ภาพนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนภาพความทรงจำที่อยู่ในหัวของผม เพราะผมรู้สึกได้ ดูกี่ทีก็ยังจำความรู้สึกได้ทั้งหมด ขณะถ่ายภาพนี้ทำให้ผมรู้สึกย้อนกลับไปสมัยเริ่มถ่ายรูปใหม่ๆ ถ่ายก้อนเมฆ ถ่ายดวงดาว อะไรชอบก็ถ่าย ได้ใช้เวลากับมัน สามารถมองไปรอบๆโดยไม่ต้องรีบร้อนอะไร ได้ถ่ายเพื่อตัวเราเองไม่ใช่เพื่อคนอื่น ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ”

ภาพนี้จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นหนังตัวแทนถ่ายทอดความรู้สึกของตีตี้ได้มากที่สุดม้วนหนึ่ง

 

แต่สุดท้ายแล้วหนังทุกม้วนก็ถูกรวมกันเป็นหนังที่ชื่อ Chéri ซึ่งหนังม้วนนี้ ก็ไม่ได้เป็นทั้งหนังรักโรแมนติก หรือหนังเศร้าดราม่า แต่เป็นหนังชีวิตที่มีความรัก ความสัมพันธ์เป็นธีมหลักที่ทำให้ตัวละครพระเอกนางเอกในแต่ละภาพมีชีวิตขึ้น ส่งต่อให้กับผู้ชมได้ตีความความหมายเกิดเป็นความหวานขมที่รสชาติต่างกันไปตามแต่ประสบการณ์

 

 

นิทรรศการ Chéri เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 5-29 กรกฎาคม 61

เวลา 11:00-20:00น. ปิดทุกวันอังคาร

ที่ YELO House

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

I'm busy working on my blog posts. Watch this space!

Please reload

Recent Posts

November 11, 2018

Please reload

Archive