© 2017 YeloHouse.com

Tel. +669 8469 5924  

  • Facebook - Black Circle
  • Instagram - Black Circle

ติสท์เจอติสท์ ศิลปะสองสไตล์โดยคู่รักศิลปินชาวดัตช์กับนิทรรศการ All or Nothing

January 30, 2019

 

All or Nothing นิทรรศการศิลปะที่สร้างสรรค์โดย Niels Kalk และ Marga van den Meydenberg สองศิลปินชาวดัตช์ซึ่งเป็นคู่รักกัน ทั้งสองอาศัยอยู่ในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน และครั้งนี้พวกเขาบินลัดฟ้าข้ามทวีปมาจัดนิทรรศการที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10-27 ม.ค. 62 ถึงแม้จะเป็นคนรักกันมากว่า 20 ปี แต่ผลงานศิลปะของทั้งคู่นั้นถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน นีลส์แฟนหนุ่มทำงานศิลปะสไตล์คอลลาจ และมาร์กาแฟนสาวเป็นช่างภาพที่รักการถ่ายบุคคลแปลกหน้า 

 

แม้ว่าสไตล์งานของทั้งคู่จะใช้เทคนิคต่างกันในการถ่ายทอดเรื่องราว แต่ก็ต้องยอมรับว่าในหลายๆ แง่มุม งานของคู่รักคู่นี้มีความคล้ายกันอยู่มากทีเดียว สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือความตลกขบขัน และความโดดเด่นของคาร์แรกเตอร์ตัวละครในแต่ละชิ้นงาน ในทุกๆ ชิ้นงานจะมีรายละเอียดที่ทำให้คุณแอบขำในใจหรือขำออกมาได้ไม่มากก็น้อย เช่นงานของนีลส์นั้นจะเต็มไปด้วยการบิดเบียนความจริง ทำให้เรื่องราวมีความผิดเพี้ยนและออกมาแปลกใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนงานของมาร์กาภาพถ่ายส่วนใหญ่ของเธอเกิดขึ้นใน Pop-up Photo Studio ที่เธอไปตั้งตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บบันทึกภาพบุคคลแปลกหน้าที่ผ่านมายังสถานที่นั้นๆ ซึ่งภาพเหล่านี้มักทำให้คุณแอบหลุดขำ หรือเผลอยิ้มขึ้นมาให้กับความน่ารักของมนุษย์ ซึ่งในครั้งนี้มาร์กาก็ได้มีโอกาสมาตั้ง Pop-up Photo Studio ที่ YELO House เปิดสตูดิโอต้อนรับคนกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน

 

เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเลยที่งานของทั้งคู่นั้นจะมีความคล้ายกัน เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ใครคนหนึ่งคิดงานออก อีกคนก็จะคอยเป็นที่ปรึกษาและคอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ เป็นเช่นนี้มาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้งานของทั้งคู่มีความเข้ากันได้อย่างดี หรืออาจเพราะทั้งคู่เป็นคนที่ตลกและมีแนวคิดที่คล้ายๆ กันอยู่แล้วด้วยก็ได้ ความรัก ความสัมพันธ์ และการงานจึงราบรื่นเสมอมา 

 

หลายๆ คนอาจรู้สึกว่าศิลปะและศิลปินนั้นเข้าใจยาก เพราะพวกเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวและมีความเป็นตัวเองสูง แต่สำหรับนีลส์นั้นเขากลับคิดว่าศิลปะเป็นสิ่งที่ทำให้คนเข้าใจกันมากขึ้นซะอีก การที่มีมาร์กาแฟนสาวเป็นศิลปินเช่นกันช่วยให้ทั้งคู่ได้เข้าใจกันว่าแต่ละคนมีนิสัยเป็นยังไง ทั้งเรื่องความคิด และการเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ผ่านช่วงเวลาที่แต่ละคนสร้างงานศิลปะ และสำหรับมาร์กานั้น ด้วยงานของเธอเองเป็นงานที่ต้องสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนอยู่เสมอ ได้เจอกับผู้คนหน้าตาใหม่ๆ ทุกวัน ทำให้เธอต้องพยายามทำความเข้าใจคนอื่นอยู่ตลอด การได้รับรู้ว่ามีคนอย่างนีลส์เข้าใจเธอ ได้เข้าใจกันและกัน และในขณะเดียวกันต่างคนก็มีพื้นที่เป็นของตัวเอง คือความสุขในความสัมพันธ์ครั้งนี้

 

สำหรับทั้งคู่ การเป็นศิลปินนั้นต้องใช้ความรับผิดชอบสูงมาก เพราะตัวเราเองคือแรงผลักดันในการสร้างงานใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งทั้งคู่มองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทั้งคู่ เพราะเป็นอาชีพที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับตัวเอง และได้ให้อิสระกับตัวเองโดยไม่มีใครมาเป็นคนสั่งการ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เคยมีประสบการณ์การทำงานประจำมาก่อน ทำให้ได้รู้ว่าตัวเองเหมาะที่จะเป็นศิลปินมากกว่า

 

แม้นิทรรศการ All or Nothing ครั้งนี้จะเป็นงานดูโอ้ที่จัดด้วยกัน แต่ก็ใช่ว่าจะมีชิ้นงานที่ทั้งสองคนทำร่วมกัน เพราะทั้งคู่เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศิลปินสองคน คือการเคารพในงานของกันและกัน ถึงแม้นีลส์เคยจะอยากเอาภาพถ่ายของมาร์กามาตัดแปะขนาดไหน แม้รู้ว่าผลลัพธ์นั้นจะออกมาน่าทึ่งมากก็ตาม แต่เพื่อรักษาความรักครั้งนี้ให้ยั่งยืน ทั้งสองคนเลือกจะเป็นเพียงที่ปรึกษาในการทำงาน เป็นกำลังใจให้กันและกันเพื่อสร้างงานต่อไป และจะเว้นที่ว่างให้ศิลปะของพวกเขาได้เติบโตไปในแนวทางที่ต่างคนต่างกำหนดเอง 

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

I'm busy working on my blog posts. Watch this space!

Please reload

Recent Posts

November 11, 2018